กล้องดิจิตอล

ธันวาคม 31, 2009

รวมกล้องดิจิตอล เด็ดๆจาก Nikon

เรามีกล้องดิจิตอลเด้ดๆจากNikon มาฝากหลายรุ่นเลยทีเดียว กล้องดิจิตอลยี่ห้อนี้ใครๆก็รู้จักกันเป็นอย่างดี และมีชื่อเสียงมานานแสนนาน เราจึงรวบรวมรุ่นที่น่าใช้ สำหรับเพื่อนๆทในการตัดสินใจคะ

Nikon D90 +18-200VR II
Nikon D90 +18-200VR II เซ็นเซอร์ภาพ Nikon DX-format CMOS ใหม่ ความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ช่วงความไวแสงกว้าง ISO 200-3200 และปรับเพิ่มได้ถึง ISO 6400 และลดต่ำลงเหลือ ISO 100 พร้อมระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์ภาพ อัตโนมัติ Image Sensor Cleaning

Nikon D3000 +18-55VR
Nikon D3000 +18-55VR ความละเอียดภาพ Effective Pixel 10.2 million ความหนาแน่นพิกเซล Pixel density 2.7 MP/cm² ขนาดจอภาพ LCD 3 ” ความละเอียดจอภาพ LCD pixels 230,000
Nikon D5000 +18-55VR +55-200VR
Nikon D5000 มาพร้อมกับ 18-55VR +55-200VR ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับหน้าจอที่ปรับหมุนได้กับขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230000 พิกเซล

Nikon D5000 +18-55VR *Free 4GB*
Nikon D5000 +18-55VR *Free 4GB* มาพร้อมกับ เลนส์ kit 18-55mm ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับหน้าจอที่ปรับหมุนได้กับขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230000 พิกเซล

Nikon D90 +18-200VR II
Nikon D90 เซ็นเซอร์ภาพ Nikon DX-format CMOS ใหม่ ความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ช่วงความไวแสงกว้าง ISO 200-3200 และปรับเพิ่มได้ถึง ISO 6400 และลดต่ำลงเหลือ ISO 100 พร้อมระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์ภาพ อัตโนมัติ Image Sensor Cleaning

ธันวาคม 30, 2009

กล้องดิจิตอลยี่ห้อ Sony

วันนี้เรามีคุณสมบัติต่างๆของกล้องดิจิตอล ยี่ห้อSonyมาฝาก ไว้เพื่อการตัดสินใจของเพื่อนๆที่สนใจกล้องดิจิตอลยี่ห้อนี้ ยิ่งตอนนี้ช่วงปีใหม่ด้วย มาถอยกล้องใหม่กันคนละตัว ต้อนรับปีใหม่ดีไหมคะ ฮ่าๆ

Sony DSC-TX1
กล้องดิจิตอล Sony Cybershot DSC TX1 มีความละเอียดถึง 10.6 ล้านพิกเซล ซูมเลนส์ระยะไกลได้สูงสุดถึง 4 เท่า LCD ขนาด 3-inch ความละเอียดจอแอลซีดี 230,000 Pixels สามารถใช้แบตเตอรี่สำหรับกล้องดิจิตอลที่เป็น Li-Ion ได้ น้ำหนักของตัวกล้องดิจิตอล Sony TX1 นั้น มีน้ำหนักประมาณ 119g.
Sony DSC-HX1
Sony DSC-HX1 ข้อมูลจำเพาะของกล้อง Sony Cybershot DSC HX1:, ความละเอียด 10.3 ล้าน, มีจอ LCD ขนาด 3-inch ที่ความละเอียด 230,400 พิกเซล, เลนส์กล้องมีขนาด 28-560 มม. , ระยะการซูมได้ถึง 20 เท่า, สามารถจับโฟกัสได้ตั้งแต่ 1-1 ซม. , รองรับแบตเตอรี่ Li-Ion , น้ำหนักของ Sony HX1 ประมาณ 453g.

Sony DSC-WX1
Sony DSC-WX1 ข้อมูลจำเพาะของกล้อง Sony Cybershot DSC WX1:, ความละเอียด 10.6 ล้าน, มีจอ LCD ขนาด 3-inch ที่ความละเอียด 230,000 พิกเซล, เลนส์กล้องมีขนาด 24-120 มม. , ระยะการซูมได้ถึง 5 เท่า, สามารถจับโฟกัสได้ตั้งแต่ 5-50 ซม. , รองรับแบตเตอรี่ Li-Ion , น้ำหนักของ Sony WX1 ประมาณ 129g.

Sony DSC-W230
กล้องดิจิตอล Sony Cybershot DSC W230 มีความละเอียดถึง 12.4 ล้านพิกเซล สามารถซูมเลนส์ระยะไกลได้สูงสุดถึง 4 เท่า LCD ขนาด 3-inch ความละเอียดจอแอลซีดี 230,400 Pixels Sony W230 นั้น มีน้ำหนักประมาณ 127g.

Sony DSC-W210
กล้องดิจิตอล Sony Cybershot DSC W210 เป็นกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดถึง 12.1 ล้านพิกเซล สามารถซูมเลนส์ระยะไกลได้สูงสุดถึง 4 เท่า LCD ขนาด 2.7-inch ความละเอียดจอแอลซีดี 230,000 Pixels มีน้ำหนักประมาณ 0g.

Sony Cybershot DSC-S930
Sony Cybershot DSC-S930 มีความละเอียดถึง 10.3 ล้านพิกเซล ซูมเลนส์ระยะไกลได้สูงสุดถึง 3 เท่า LCD ขนาด 2.4-inch ความละเอียดจอแอลซีดี 112,320 Pixels มีน้ำหนักประมาณ 167g.

ธันวาคม 21, 2009

ตามมาดู กล้องดิจิตอล

Canon 500D (Kiss X3) vs Nikon D5000

การออกแบบ การควบคุม
หากเปรียบเทียบขนาดและรูปร่างแล้ว Nikon D5000 ดูจะบึกบึนกว่า โดยมีความสูง ความหนา และน้ำหนักมากกว่า โดยที่ขนาดของ D5000 จะใหญ่กว่า D60 ขึ้นมา ในขณะที่ EOS 500D จะมีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับ 450D มาก

ในเรื่องของปุ่มปรับการทำงานต่างๆ บนตัวกล้องของ Canon 500D ก็ถอดแบบมาจาก 450D ส่วน Nikon D5000 ก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับ D60 โดยหากเทียบระหว่าง Canon 500D กับ Nikon D5000 แล้ว Canon EOS 500D จะมีความคล่องตัวในการปรับตั้งมากกว่า ทั้งค่า ISO, WB และ AF mode เพราะมีปุ่มสำหรับปรับโดยตรง ในขณะที่ Nikon D5000 จะต้องเข้าไปปรับในเมนู อย่างไรก็ตาม Nikon ก็มีการออกแบบให้การปรับง่ายขึ้นโดยใช้ปุ่ม [i] เพื่อเข้าถึง parameter หลักๆได้อย่างรวดเร็วขึ้น ก็ช่วยแก้ปัญหาไปได้ระดับหนึ่ง
เซ็นเซอร์ ตัวรับภาพ
ทั้ง EOS 500D และ Nikon D5000 ใช้เซนเซอร์ชนิด CMOS และมีระบบทำความสะอาดเซนเซอร์ที่ทำงานอัตโนมัติ โดยที่ CMOS ของ Canon 500D มีความละเอียดสูงกว่าของ D5000 คือ 15 ล้านกับ 12 ล้านพิกเซล อีกทั้ง Canon 500D ยังใช้ A/D Converter 14 bit ในขณะที่ Nikon D5000 ใช้ 12-bit A/D หากดูจากสเปกแล้ว นี่อาจแปลว่า Canon 500D จะให้ภาพที่ดีกว่า D5000 หรือไม่ คำตอบคือ ไม่แน่เสมอไป เนื่องจากขนาดของเซ็นเซอร์ของ EOS 500D มีขนาดเล็กกว่า Nikon D5000 อยู่เล็กน้อย ทำให้ค่า pixel density หรือความหนาแน่นของจุดสีสูงกว่า ตามหลักแล้วจะส่งผลให้มีโอกาสเกิด noise ในภาพมากกว่า โดยเฉพาะที่ ISO สูงๆ
เนื่องจาก Canon 500D ใช้ CMOS รุ่นเดียวกับ 50D และ Nikon D5000 ก็นำเอา CMOS ของ D90 มาใช้เช่นกัน หากนำผลเปรียบเทียบการทดสอบเซนเซอร์ของกล้อง 2 รุ่นดังกล่าว อาจจะพอใช้เป็นแนวทางได้ ผลการทดสอบจาก DXOmark.com เปรียบเทียบระหว่าง Canon 50D และ Nikon D90 มีผลตามภาพ

ธันวาคม 16, 2009

กล้องติจิตอล Casio EXILIM EX-S 770

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำ กล้องดิจิตอล อีกรุ่น ที่ถือว่าดีเยี่ยมเลยหละคะ  Casio EXILIM EX-S 770 รุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อนๆลองตามมาดูกันนะคะ ว่ากล้อง เล็กแต่จิ๋วตัวนี้ มีอะไรดีกันแน่

ในบรรดากล้องคอมแพ็คแบบ SLIM หรือกล้องเล็กๆ บางๆ นั้น Casio ถือเป็นผู้ผลิตกล้องในรูปแบบนี้ได้โดดเด่น และจัดอยู่ในชั้นแนวหน้า ชนิดที่ว่าแม้แต่ผู้ผลิตกล้องชั้นนำก็ไม่อาจทำได้เหนือกว่ากล้อง Casio จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นผู้คนทั้งชาวไทยและต่างประเทศใช้กล้อง Casio ในซี่รี่ส์  EXILIM ซึ่งมีอยู่หลายรุ่นที่น่าใช้ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ Z หรือซีรีส์ S
สำหรับกล้องในซีรีส์ S รุ่นล่าสุดที่เรานำมาทดลองใช้คือรุ่น
S770 ซึ่งถือว่าเป็นกล้องที่ตัวบางมาก มาพร้อมกับความละเอียด 7.2 ล้านพิกเซล และจอ LCD ใหญ่ถึง 2.5 นิ้ว กับบอดี้ภายนอกที่เป็นโลหะ ให้ความแข็งแรง สวยงาม และดูหรูหรากว่า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ Casio ใช้มาตลอดกับกล้องในซีรี่ส์ EXILIM

การออกแบบภายนอก

                EX-S770 ตัวนี้ยังคงออกแบบในสไตล์ของกล้อง EXILIM ตัวบอดี้ใช้วัสดุโลหะทั้งตัว ตัดส่วนมุมเหลี่ยมให้โค้งมนอย่างสวยงาม ตัวอักษรบอกฟังก์ชั่น มีทั้งแบบเซาะร่องและแบบสกรีน ตัวปุ่มต่างๆออกแบบได้อย่างลงตัว กับบอดี้รวมทั้งแป้น 4 ทิศทางก็ออกแบบได้อย่างสวยงาม

                ด้านหน้าดูเรียบๆ แต่คลาสลิค ตัวเลนส์จะเก็บอยู่ในบอดี้แบนบาง ได้ทั้งหมดเมื่อปิดสวิทซ์ เมื่อเปิดสวิทซ์ตัวเลนส์จะยื่นออกมา 3 ชั้น ด้านบนวางปุ่มได้อย่างแนบเนียน กับบอดี้มี 4 ปุ่ม ส่วนปุ่มเปิด- ปิด และปุ่มชัดเตอร์ทำเป็นรูปทรงแคปซูล สวยงามและตอบสนองได้ไวดีมาก

            จอ LCD มีขนาดใหญ่ถึง 2.8 นิ้วแบบ Wide Screen มีปุ่มซูม ปุ่มเมนูแป้น 4 ทิศทาง พร้อมปุ่ม OK และปุ่ม BS วางเรียงกันลงมาโดยปุ่มทางขวาสุดเป็นปุ่มบันทึกภาพในไฟล์  Movie ซึ่งแยกต่างหากออกมาจากปุ่มชัตเตอร์ จึงทำให้สามารถบันทึกภาพนิ่งและไฟล์ Movie พร้อมกันได้ ตัวกล้องมีหน่วยความจำในตัว ใช้การ์ด SD ในการบันทึกข้อมูล ใช้แบตเตอร์รี่ LI-ION รุ่น NP-20 ก้อนบางเนี้ยบ 3.7 V 700 mAh ด้านในตัวกล้องมีช่องเชื่อมต่อกับ USB  CRADLE พร้อมสกรูสำหรับติดกับขาตั้งกล้องซึ่งเป็นสิ่งที่ Casio ทำได้ดีมาตลอดไม่ว่าตัวกล้องจะบางแค่ไหนก็ยังคงทำรูสกรูสำหรับติดขาตั้งกล้อง

                โดยรวมแล้ว EX-S770 ตัวนี้ออกแบบได้ค่อนข้างเรียบ คลาสลิค และดูหรูหรา พอตัวทีเดียว น้ำหนักตัวกล้องกำลังเหมาะมือ ตัวกล้องบางพกพาได้ง่าย แต่ปุ่มต่างๆ ดูยากไปนิดเพราะสีที่ใช้สกรีนไม่ค่อยเด่นชัดส่วนปุ่มที่ใช้เซาะร่องรูปลักษณ์หรือตัวอักษรถือว่าทำได้ดี ยอดเยี่ยมมาก

ธันวาคม 15, 2009

คำเตือน ก่อนซื้อกล้องดิจิตอล

บทความนี้น่าจะเป็นความรู้ให้กับเพื่อนๆที่กำลังจะซื้อกล้องดิจิตอลนะคะ  อย่างน้อยเราก็ควรจะรู้ไว้ จะได้ไม่ถูกหลอกเอาง่ายๆนะคะ

1. แสดงราคาขายไว้ แต่เป็นราคาที่เอาอุปกรณ์มาตรฐานออก
ข้อนี้เรามักจะเจอกันอยู่บ่อยๆ แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าร้านดังๆหลายๆร้านเคยใช้วิธีนี้ จริงๆแล้วโดยปกติถ้าเป็นกล้องรุ่นเดียวกัน ทางตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย จะแถมอุปกรณ์มาตรฐานมาให้เหมือนกันทุกร้านอยู่แล้ว เช่น รุ่นนี้จะแถม memory เท่าไหร่ แบตเตอรี่หรือกระเป๋ากล้องมีมั๊ย แต่เนื่องจากในยุคที่อินเตอร์เนตเข้ามามีผลกับชีวิตประจำวัน คนที่จะซื้อกล้องเป็นจำนวนมากจะเช็คราคากล้องผ่านระบบ internet ก่อน ว่าร้านไหนถูกสุด จึงทำให้มีบางร้านที่หัวใส (แถวบ้านผมเรียกขี้โกง) ใส่ราคาไว้ใน internet ราคาถูกกว่าชาวบ้าน แต่พอไปถึงร้าน กลับบอกว่า ต้องซื้อโน่นเพิ่มบ้าง นี่เพิ่มบ้าง หรือแถมน้อยกว่าชาวบ้านบ้าง ทั้งที่ร้านอื่นแถมให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน(หมายถึงบริษัทแม่แถมมาให้อยู่แล้ว) พอรวมๆราคาแล้ว ราคาแพงกว่าชาวบ้านเค้าซะงั้น แต่ทำไงได้ละว่ะ ก็มาถึงร้านแล้วนี่ ยังไงก็ต้องซื้อ

สำหรับวิธีการแก้ไขสำหรับกรณีนี้คือ ก่อนจะไปซื้อเช็คให้ดีก่อนหลายๆร้าน โทรศัพท์ที่มีนะใช้ให้เป็นประโยชน์ เช็คให้ดีว่ารุ่นนี้เค้าแถมอะไรบ้าง เท่าไหร่ ที่สำคัญคือ

-  Memory แถมเท่าไหร่  32,64,128 , 256 หรือ 512 เช็คให้ดี ถามให้ชัดเจนว่า ?แถม? หรือต้องซื้อเพิ่ม โดยส่วนใหญ่(99%)กล้องดิจิตอลทุกรุ่นจะมีแถมมาด้วยอยู่แล้ว จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง

- Battery แถมรึเปล่า ซึ่งอันนี้ก็ไม่แน่บางรุ่นก็ไม่แถม โดยเฉพาะรุ่นที่ราคา ไม่ถึง 12,000 นี่ไม่ค่อยแถมครับ ต้องซื้อเพิ่ม

- กระเป๋า อันนี้ก็แล้วแต่รุ่นเหมือนกัน บางทีทางร้านก็แถมของทางร้านเองให้

- ขาตั้งกล้อง อันนี้ไม่ค่อยแถมครับ ส่วนใหญ่จะเป็นของทางร้านเอง (ซึ่งส่วนใหญ่ก็แถมของโหล ใช้งานไม่ค่อยได้)  หรือถ้ามีแถมมาจากผู้ผลิต ก็จะเป็นอันเล็กๆ เหมาะจะเอามาประดับซะมากกว่า
แต่หากไปถึงร้านแล้วปรากฏว่า ไม่เป็นอย่างที่พูด หรือเห็นว่าเข้าข่าย ?หลอกกันนี่หว่า? แล้วละก็ วิธีการเดียวคือ ?กลับ? ครับ อย่าไปซื้อของมัน ถ้าไม่อย่างนั้นเท่ากับเป็นการส่งเสริมไอ้พวกนี้ให้ได้ใจใหญ่เลย

2. แสดงราคาขายที่เป็นราคาเครื่องหิ้ว แต่เขียนให้เข้าใจผิดว่าเป็นราคาเครื่องศูนย์
กำไรของการขายเครื่องหิ้วและเครื่องศูนย์ต่างกันพอสมควรครับ อีกอย่างเครื่องศูนย์ มักจะมีการกำหนดราคาขายมาตายตัวมาจากบริษัทแม่(บางบริษัท นะครับ ไม่ใช่ทุกยี่ห้อ) ว่าให้ขายราคาเท่ากันหมด ทำให้ตัดราคาขายไม่ได้ จึงมีบางร้านหัวใส(อีกแล้ว) ใส่ราคากล้องไว้ในเว็บว่าราคาของตูถูกกว่าเป็นพันบาท แต่พอไปถึงร้านแล้ว ขอโทษ ไม่ใช่เครื่องศูนย์ครับ เป็นเครื่องหิ้ว(เรียกอีกอย่างว่าหนีภาษีนั่นเอง) อันนี้ก็เจอบ่อยครับ โดยเฉพาะจ้าวใหญ่ๆที่มีการหิ้วกล้องเข้ามาขายเอง แล้วโฆษณาว่า?ถูกที่สุดในประเทศไทย? นี่แหละ ตัวดีเลย

วิธีแก้ก็เหมือนเดิมครับ โทรเช็คก่อน ว่าราคานี่เป็นเครื่องหิ้วหรือเครื่องศูนย์ แล้วแถมอะไรบ้าง ซึ่งเดี๋ยวนี้ราคาไม่ต่างกันมากครับ โดยเฉพาะถ้ารวมราคาของแถมด้วยแล้วละก็ บางรุ่นเครื่องศูนย์ราคาถูกกว่าก็ยังมีเลย

3. ขายเครื่องหิ้ว ในราคาเครื่องศูนย์
อันนี้ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงพอสมควร เพราะสามารถเรียกได้ว่าโกงอย่างเต็มปาก จึงไม่ค่อยเห็นร้านไหนทำเท่าไหร่ นอกจากหน้าตาคุณจะละม้ายคล้าย หมู(น่าต้ม) หรือ ลา(โง่) นั่นแหละ อาจจะมีโอกาสเจอได้

วิธีแก้ไขข้อนี้ไม่ยากครับ ดูใบรับประกันให้ดี(ดูว่าเป็นใบรับประกันของแท้ด้วยนะ ไม่ใช่ใบรับประกันทำเอง) ให้หมายเลขเครื่องตรงกับในใบรับประกันเป็นพอ
 
4. ใส่ราคาไว้ถูกกว่าชาวบ้าน แต่ถึงเวลาไปจริงๆไม่มีของ แต่เชียร์รุ่นอื่นแทน
อันนี้บอกยากเหมือนกันครับ ว่าเจตนาเป็นยังไง บางที่เค้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณหรอกครับ อย่างที่บอกว่ากล้องเดี๋ยวนี้กำไรไม่ได้มากมายอะไร ถ้าเทียบกับราคากล้อง ร้านส่วนใหญ่จึงมี stock ของเก็บไว้ไม่กี่ตัว โดยเฉพาะรุ่นที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมด้วยแล้ว บางร้านก็ไม่มีติดไว้ที่ร้านเลย แล้วถ้าจู่ๆคุณไปที่ร้านเค้าเลยแล้วเค้าบอกว่าของไม่มี หรือหมด คุณจะไปบอกว่าเค้าหลอกลวง มันคงไม่ใช่ แต่ที่จะเข้าข่ายหลอกลวงคือเค้าตั้งใจให้คุณไปที่ร้านแล้ว หว่านล้อม ชักแม่น้ำทั้ง 7 ให้คุณซื้อรุ่นอื่น(ซึ่งเค้าอาจจะได้กำไรดีกว่า) อันนี้ก็ต้องถือว่าไม่ถูกต้องนัก

วิธีการแก้ไขก็ไม่อยากเช่นกันครับ โทรศัพท์(อีกเช่นเคย) ไปถามเค้าก่อนว่ารุ่นนี้มีมั๊ย แล้วนัดเค้าให้ดีว่าวันไหนจะเข้าไปเอา ที่สำคัญอย่าลืมทิ้งเบอร์ไว้ให้เค้าด้วย ในกรณีที่ของหมดหรือไม่มีของกระทันหันให้เค้าโทรมาแจ้งเรานิดนึงจะได้ไม่เสียเวลา

5. โจมตีคู่แข่ง ยกหางร้านตัวเอง
เมื่อคู่แข่งมีมาก ตลาดยังมีเท่าเดิม วิธีการที่ร้านกล้องบางแห่งเลือกใช้คือ?โจมตี ป้ายสี ?ร้านคู่แข่ง และยกหางร้านตัวเองขึ้นมา โดยเฉพาะชุมชนที่มีผู้ใช้กล้องมารวมกันเยอะๆ เช่น ในเว็บ Pantip หรือ เว็บ Taklong พวกนี้จะใช้วิธีให้คนของตนสมัครสมาชิกไว้หลายๆชื่อ หลังจากนั้น ก็จะคอยดูกระทู้ที่มีคนเข้ามาถามเกี่ยวกับการซื้อกล้อง แล้วก็จะตอบว่า ?ร้าน….บริการดีครับ? ?ไปที่ร้าน…..ซิ ดีครับ ผมเคยซื้อมาแล้ว? อะไรทำนองนี้ครับ ส่วนใหญ่พวกที่มาตอบแบบนี้ 80% จะเป็นพวกหน้ายาว(เหมือนม้า)ครับ ซึ่งสำหรับกรณีนี้ยังพอให้อภัย แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อว่าร้านคู่แข่งอย่างเสียๆหายๆ แต่งเรื่องที่ไม่เป็นความจริงขึ้นมา น้ำเน่ายิ่งกว่าละครหลังข่าวเสียอีก ทั้งที่จริงแล้วร้านที่มาโพสว่าคนอื่นเนี่ย อาจจะ?ห่วย?ที่สุดก็ได้

ธันวาคม 14, 2009

การดูแลรักษากล้องดิจิตอล

สวัสดีค่ะ วันนี้เรานำสาระดีๆมาฝากเกี่ยวกับการดูแลกล้องดิจิตอล ให้อยู่คู่เราไปอีกนานแสนนาน อย่างที่เราๆก็รู้กันว่าราคากล้องดิจิตอล ไม่ได้ถูกเลย ดังนั้นเราก็ควรจะดูแลให้ดีๆนะคะ

วิธีแรก สำหรับ คนที่เอาเงินมาซื้อกล้องหมด ไม่มีงบเผื่อไว้ดูแลรักษามากมาย ‘ ไม่เสียตังค์’
 
 หลังจากเราเอาอุปกรณ์กล้องแสนรัก บุกตะลุย กันอย่างเต็มที่แล้ว กลับมาถึงบ้าน แนะนำให้เอาออกจากกระเป๋าทันที  ไปวางไว้ในที่แห้ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก อาจจะเป็นห้องที่ติดแอร์ อย่างห้องนอน  เพราะอากาศจะแห้งกว่าปรกติ  แต่ไม่ใช่เอาไปวางไว้หน้าห้องน้ำนะคะ อ้อ กระเป๋าก็เอาไปตากแดดไล่ความชื้น นอกจากจะดีกับกล้องแล้วยังดีกับสุขภาพคนถือด้วยค่ะ
 
 
วิธีที่สอง ไฮโซขึ้นมาหน่อย เหมาะสำหรับคนเงินน้อยแต่รักจริง ‘ ไม่เกิน 1000 บาท ‘
 
 ให้หากล่องทัพเปอร์แวย์ ที่มีซีนยางที่ฝา ย้ำนะคะ ต้องมีซีนยางเพื่อให้เป็นระบบปิด แล้วหาซิลิก้าเจล (ขายเป็นกิโล) มาใส่ และที่ขาดไม่ได้คือไอโกรมิเตอร์ ห้ามลืมเด็ดขาดค่ะ
 
 
ข้อดีคือ สามารถเลือกขนาดของกล่องได้ใหญ่ตามใจชอบ  จะเลือกแบบกล่อง สีสวย หรือเก๋กิ๊ฟยังไงก็ตามสะดวกเลยค่ะ แต่ข้อเสียคือซิลิก้าเจลที่ใส่ลงไป มันมีอายุการใช้งาน ถ้าหาดดูดความชื้นไปเต็มเมื่อไหร่ เราต้องเอาไปคั่ว หรือเอาเข้าไมโครเวฟไล่ความชื้น เสียเวลาและต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ แถมเวลาจะดูไอโกรมอเตอร์ทีต้องเปิดฝา แนะนำว่าหากล่องแบบใสจะหมดปัญหาเรื่องนี้ค่ะ

วิธีที่สาม ซื้อกล่องหรือตู้ดูดความชื้นเฉพาะไปเลยค่ะ  ‘ 2000′
 
 อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีเลนส์และอุปกรณ์เยอะแค่ไหน และงบประมาณในกระเป๋าด้วยค่ะ  มีตั้งแต่กล่องดูดความชื้น ราคาตั้งแต่ สองพันบาท ที่คล้ายๆ กับกล่องวิธีที่สอง แต่ในกล่องจะมีระบบจัดการความชื้นที่ค่อนข้างสำเร็จรูป ลักษณะและวิธีก็แล้วแต่กล่องแต่ละรุ่น (ส่วนตัวใช้แบบนี้)  พอความชื้นเต็มก็เอาตัวซิลิก้าไปเสียบปลั๊กชาร์จ  มีไอโกรมิเตอร์ติดอยู่หน้ากล่อง สะดวกกับการควบคุม

วิธีที่สี่ รักจริง แถมมีอันจะกินด้วย ตู้ดูดความชื้นแบบเสียบปลั๊ก ‘4000 up’
 
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอุปกรณ์มากมาย ที่ราคารวมๆ กันแล้ว หลักแสนหลักล้าน ก็แนะนำให้ซื้อแบบตู้เก็บความชื้น ที่เป็นดิจิตอล ตั้งความชื้นที่ต้องการได้ เสียบปลั๊กควบคุมความชื้นตลอดเวลาเลยค่ะ

ธันวาคม 1, 2009

การใช้กล้องดิจิตอลในการถ่ายภาพอากาศ

กลับมาอีกครั้งแล้วนะคะ วันนี้เรามีวิธีการถ่ายภาพทางอากาศด้วยกล้องดิจิตอลมาฝากกันค่ะ สำหรับเพื่อนๆที่สนใจจะลองถ่ายภาพแนวนี้ดู เราก็หวังว่าบทความในวันนี้จะทำให้เพื่อนๆได้รู้เทคนิคไม่มากก็น้อยนะคะ

สิ่งที่ควรเตรียมตัวก่อน

1. กินยาแก้เมารถ (หรือยาแก้แพ้ท้องก็ได้) ก่อนขึ้นเครื่องสัก 1 ชั่วโมงเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ ไม่งั้นคุณอาจจะคาย ของเก่าคลื่นไส้ (อาเจียน) บนเครื่องได้ตลอดเวลา เพราะตาขอบคุณเมื่อมองในช่องเล็งภาพขณะอยู่บนเครื่องนั้น สายตา ที่เพ่งผ่านกล้องในขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้เสมอ
ข้อแนะนำ : ถ้าเมาเครื่องให้ละสายตาจากกล้องแล้วมองให้ไกลๆ อย่ามองไปที่จุดใดจุดหนึ่งนานๆ หรืออาจหา หมากฝรั่งเคี้ยวก็ได้ และถ้ายังไม่หาย ควรจะหลับตาแล้วพักเลย
2. ตกลงกับนักบินเสียก่อน ควรบอกตำแหน่งที่ต้องการถ่ายภาพ โดยตกลงกับกัปตัน (นักบิน) ให้เรียบร้อย ความเร็วของเครื่อง ความสูงที่คุณต้องถ่ายภาพ หรือจุดที่ต้องการให้เครื่องหยุดนิ่ง (Hovering) เครื่องจะหยุดนิ่ง ได้ไม่นาน เพราะอันตรายจากลมหมุนใต้ปีกเครื่อง ดังนั้นกล้องคุณต้องพร้อมเสมอ หรืออาจใช้หูฟัง + ไมค์ (Headset) ติดต่อกับนักบินภายในเครื่องโดยตรงก็ได้
3. ลองซ้อมท่าทางที่จะถ่ายภาพบนเครื่องก่อน บางครั้งก่อนขึ้นเครื่องต้องแน่ใจในตำแหน่งของการถ่ายภาพ โดยลองขึ้นไปบนเครื่องขณะที่จอดอยู่ก่อน ลองตั้งท่าถ่ายภาพดูว่าสะดวกในการถ่ายภาพและปรับเปลี่ยนกล้องหรือไม่ (ในกรณีใช้กล้องหลายตัว) หรือบางเครื่องไม่อนุญาตให้เปิดประตูเพื่อถ่ายภาพก็จะต้องถ่ายผ่านกระจกอีกขั้นหนึ่ง ดังนั้นควรทำความสะอาดกระจกของเครื่องก่อนบินขึ้นทำการถ่ายภาพจริง

เลือกกระบวนการทำงานของกล้อง
จากนั้นก็มาถึงสิ่งที่สำคัญในการที่จะบันทึกภาพการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นให้พร้อม ยกตัวอย่างเช่น
1. กล้อง ควรใช้กล้องที่มีระบบขับเคลื่อนฟิล์มอัตโนมัติ เพราะภาพที่สวยมีเวลาให้คุณถ่ายเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น (ไม่ควรเสียเวลาขึ้นฟิล์มเอง)
2. ระบบบันทึกภาพ คุณสามารถเลือกใช้ระบบการบันทึกภาพได้หลายแบบ แต่ที่แนะนำ คือ
- ระบบ AUTO (A/Av) Aperture Priority โดยการเลือกขนาดช่องรับแสงที่เหมาะสมไว้ก่อน แล้วกล้อง จะหาความไวชัตเตอร์ให้โดยอัตโนมัติ ในการบินแต่ละครั้งจะตั้งไว้ประมาณ F/8 – F11 ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เพราะไม่ควรที่จะถ่ายด้วยความไวชัตเตอร์ต่ำกว่า 1/125 วินาที อย่าลืมว่าใช้มือถือถ่ายบนเครื่อง ดังนั้นความไวชัตเตอร์ต้องสูงพอสมควร เพื่อป้องกันภาพสั่นไหว (มีข้อคิดหลังจากได้คุยกับคุณสุรเดช บก. EXPOSURE ว่าบางครั้งในระนาบของภาพจากการที่ถ่ายทางอากาศนั้นใช้ F/5.6-F/8 ก็ครอบคลุมความชัดลึก ได้แล้ว และได้ลองทดสอบก็เป็นจริงตามนั้น แถมยังได้ความไวชัตเตอร์สูงขึ้นอีกด้วย)
- ระบบ AUTO S (SHUTTER PIORITY) ความไวชัตเตอร์ที่เหมาะสมขณะบินถ่ายทางอากาศนั้น บางครั้งผมใช้ 1/125 ถึง 1/250 วินาที โดยให้กล้องเลือกช่องรับแสงที่เหมาะสมให้ ซึ่งจากการทดลองผมพบว่า ในสภาพอากาศที่ท้องฟ้าใสเคลียร์ ใช้ฟิล์ม ISO 100 ช่องรับแสงก็จะอยู่ที่ประมาณ F/8-F/11 ถ้าเป็นวันที่มีหมอกแดด ช่องรับแสงก็จะลดลงเหลือประมาณ F/4-F/5.6 ก็พอถ่ายได้ครับ
ข้อแนะนำ : ในการใช้ระบบการบันทึกภาพแบบ M (MANUAL) นั้นยุ่งยากหน่อยนะครับ อย่าลืมว่าเรามีเวลา น้อยมากในการบันทึกภาพที่จะให้ได้จังหวะที่ดี

สร้างโดย เวิร์ดเพรส